ประวัติ David Luiz ( ดาวิด ลุยซ์ )

ประวัติ David Luiz ( ดาวิด ลุยซ์ ) เกิดวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 1987   ufa1688   นักเตะชาวบราซิล ส่วนสูง 1.89 เมตร หรือ 6 ฟุต 2.4 นิ้ว ตำแหน่ง กองหลัง ปัจจุบันเล่นในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ร่วมกับอาร์เซนอล ใส่เสื้อหมายเลข 23 ดาวิด ลุยซ์ ร่วมเล่นบอลนัดแรกในระดับสโมสรเยาวชนนัดแรกปี 1996-2001 ร่วมกับทีม เซาเปาลู ตรงเวลา 5 ปี ก่อนที่จะย้ายสโมสรมาเล่นให้กับทีม วิคตอเรีย ในปี 2001-2005 หลังจากนั้นอีก 4 ปีต่อมาได้ก้าวขึ้นมาเล่นในระดับบอลอาชีพกับสโมสรวิคตอเรีย เมื่อปี 2006-2007 โดยลงแข่งมากกว่า 26 นัด ซึ่งในระหว่างนั้นได้ร่วมเล่นกับ ไบฟิก้า เป็นสโมสรอาชีพในลีกโปรตุเกส ในฐานะนักเตะยืมตัวเมื่อปี 2007 และในปี 2007-2011 ได้ย้ายเผ่านาเล่นให้กับทีม ไบฟิก้า อย่างเต็มตัวในปี 2007-2011 ลงแข่งมากกว่า 72 ครั้ง หลังจากนั้นในปี 2011-2014 ได้ย้ายเผ่านาร่วมค้าแข้งในพรีเมียร์ซึ่งเป็นลีกสูงสุด ร่วมกับทีมเชลซี ลงสนามมากกว่า 81 ครั้ง ต่อมาในปี 2014-2016 ได้ย้ายลีกอีกรอบ มาอยู่ร่วมเล่น ปารีสแซ็งแฌร์แม็ง ซึ่งเป็นลีกสูงสุดในฝรั่งเศส ลงแข่งกว่า 69 ครั้ง จากนั้นสองปีต่อมาได้หวนกลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษอีกที โดยร่วมเล่นในทีมเชลซี ในปี 2016 ก่อนจะย้ายทีมในปี 2019 ไปอยู่กับอาร์เซน่อล ดาวิด ลุยซ์ เริ่มเล่นบอลกับทีมเยาวชนของเซาเปาโลตั้งแต่อายุ 12 ซึ่งเขาเริ่มเล่นในตำแหน่งกองกลางป้องกันซึ่งเหตุผลที่เขาเลือกตำแหน่งนี้เป็นเพราะในสโมสรมีคนไม่มากนักที่เลือกเล่นในเรื่องนี้ ตำแหน่งอย่างไรก็ตามเขาชอบถอยกลับมาเล่นในฐานะผู้พิทักษ์ ตอนอายุ 14

เขาย้ายไปเล่นให้กับทีมเยาวชนของวิคตอเรียซึ่งนี่เป็นเหมือนการเกิดของผู้พิทักษ์การโจมตีของบราซิล เพราะหลังจากผ่านไป 5 ปีร่างของ ดาวิด ลุยซ์ เป็นที่จับตามองของสโมสรยักษ์ใหญ่ เบนฟิก้า ในลีกโปรตุเกสและทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่ได้รับการจับตามองทั่วยุโรป

ในทีมชุดใหญ่ของ วิคตอเรีย ดาวิด ลุยซ์ ถูกจับไปยืนในตำแหน่ง ปราการหลังตัวกลางด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ของเขาเลยทำให้กุนซือมองว่าเขาน่าจะทำประโยชน์ให้กับทีมได้ดียิ่งกว่าตำแหน่งที่เขาชอบเล่นอย่างกองกลางตัวรับ

โดยเกมนัดแรกในชีวิตค้าแข้งอย่างเต็มตัวของเขาเกิดขึ้นในปี 2006 โดยเขาลงเล่นให้กับ วิคตอเรีย เสมอกับ ซานตา ครูซ ไป 2-2 ซึ่งหลังจากนั้นอีก 8 เกม ลุยซ์ ก็สามารถทำประตูแรกในการค้าแข้งได้สำเร็จในนัดที่เอาชนะ แอตเลติโก โด ปอร์โต้ ไป 2-0 เมื่อ 3 กันยายน 2006
สโมสร วิคตอเรีย (2006-2007)
     ในทีมชุดใหญ่ของ วิคตอเรีย ดาวิด ลุยซ์ ถูกจับไปยืนในตำแหน่ง ปราการหลังตัวกลางด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ของเขาเลยทำให้กุนซือคิดว่าเขาน่าจะทำประโยชน์ให้กับทีมได้ดีมากยิ่งกว่าตำแหน่งที่เขาชอบเล่นอย่างกองกลางตัวรับ โดยเกมนัดแรกในชีวิตค้าแข้งอย่างเต็มตัวของเขาเกิดขึ้นในปี 2006 โดยเขาลงเล่นให้กับ วิคตอเรีย เสมอกับ ซานตา ครูซ ไป 2-2 ซึ่งหลังจากนั้นอีก 8 เกม ลุยซ์ ก็สามารถทำประตูแรกในการค้าแข้งได้สำเร็จในนัดที่เอาชนะ แอตเลติโก โด ปอร์โต้ ไป 2-0 เมื่อ 3 กันยายน 2006 ซึ่งที่ วิคตอเรีย ดาวิด ลุยซ์ ได้โอกาสลงสนามไปทั้งหมด 26 นัด และยิงไปได้ 1 ประตู
สโมสร เบนฟิก้า (2007-2011)
     30 มกราคม 2007 ดาวิด ลุยซ์ ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรมากในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น เบนฟิก้า หรือ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ทว่าสุดท้ายแล้ว ลุยซ์ ก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ เบนฟิก้า ด้วยสัญญายืมตัวก่อน โดยเขาก็ได้เปิดตัวในนัดเกมยุโรป ยูฟ่า คัพ กับ ปารีสฯ ในทันที เนื่องด้วย ลุยเซา ปราการหลังคนสำคัญดันเจ็บเลยทำให้ ดาวิด ลุยซ์ ได้รับโอกาสลงสนามแทน ซึ่งในเกมนั้น เบนฟิก้า แพ้ไป 1-2 แต่ทว่ายังดีที่สกอร์รวมยังสามารถผ่านไปสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ
     12 มีนาคม 2007 ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นเกมแรกในลีกให้กับ เบนฟิก้า โดยพอจบฤดูนี้ ลุยซ์ ก็ได้รับรางวัลในทันทีด้วยการจับเซ็นสัญญาถาวรตรงเวลา 5 ปี โดยค่าตัวตอนนั้นอยู่ที่ 1.5 ล้านปอนด์
  ประตูแลกของ ดาวิด ลุยซ์ กับ เบนฟิก้า ต้องรอกันถึง 2 ปีเลยทีเดียวโดยเขาสามารถยิงได้ในเกมที่พบกับ บราก้า ซึ่งเกมนั้นเจ้าตัวถูกจับลงไปเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย โดยในฤดูนี้เหมือนเป็นฤดูที่ยอดเยี่ยมของตัวเขาเองเลยก็ว่าได้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการเผ่านาคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง ฆอร์เก้ เจซุส โดยพอเผ่านาเขาก็ได้แต่งตั้งให้ ดาวิด ลุยซ์ เป็นรองกัปตันในทันที โดยฤดูนี้ตัวเขาได้ลงเล่นไปถึง 49 เกม และได้รับโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำลีกของโปรตุเกสด้วยคะแนน 38 เปอร์เซ็นต์ เหนือชั้น 2 อย่าง อังเกล ดิ มาเรีย ที่ได้รับคะแนนไปเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ เพียงแค่นั้นทำให้คราวนี้ ดาวิด ลุยซ์ ดังเป็นพลุแตกทันทีหลายสโมสรชั้นนำต่างสนใจในตัวเขา และก็เป็น เชลซี ที่ยอมทุ่มเงินคว้าตัวเขาไปร่วมทีม โดย ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นให้กับ เบนฟิก้า ไปทั้งหมด 72 นัด และยิงไปทั้งหมด 4 ประตู

สโมสร เชลซี (2011-2014)
     30 มกราคม 2011 ดาวิด ลุยซ์ ย้ายซบหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เชลซี ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์(ประมาน 1,200 ล้านบาท) และได้รับสัญญาทั้งหมด 5 ปีครึ่ง โดย ลุยซ์ ลงเปิดฉากสนามเกมแรกให้กับ เชลซี ด้วยการทำบิ๊กแมตช์กับ ''หงส์แดง'' หงส์แดง เลยทีเดียวซึ่งเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน โจเซ่ โบซิงวา โดยเกมนั้น เชลซี ก็แพ้ไป 0-1 และอีก 8 วันต่อมา ดาวิด ลุยซ์ ก็มีชื่อออกสตาร์ทเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงจนได้ในเกมที่พบกับ ฟูแล่ม ซึ่งผลก็จบลงด้วยการเสมอกันไป 0-0 โดยเกมนี้ ลุยซ์ ถูกโหวตโดยแฟน เชลซี ให้ได้รับตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะแมตช์ อีกด้วย
    1 มีนาคม 2011 ดาวิด ลุยซ์ เปิดฉากประตูแรกกับทาง ''สิงโตน้ำเงินคราม'' เชลซี ได้สำเร็จ ด้วยการยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมที่ เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ แมนฯยู ไปได้ 2-1 หลังจากนั้นเขาก็ได้เปลี่ยนเป็น 1 ในตัวหลักของทัพ ''สิงบูลส์'' ไปในทันทีด้วยฟอร์มการเล่นที่หนักแน่นแถมมีสไตล์ที่ชอบเติมขึ้นไปเล่นเกมรุกแบบดุดันจนทำให้แฟน เชลซี ต่างชื่นชอบและหลงใหลในตัวเขาเป็นอย่างมาก
     ในปี 2013 ''โปรยิ้ม'' แปลงเป็นฉายาของเขาที่ถูกแฟนบอลชาวไทยเรียกอย่างติดปากในทันที ในเกมที่ เชลซี สามารถบุกไปเอาชนะ แมนฯยู ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด มาได้ 1-0 โดยเป็นจังหวะที่เขาบังบอลอยู่กับ ราฟาเอล แบ็คขวาของ ''ปีศาจแดง'' ก่อนที่รายหลังจะอารมณ์ร้อนไปหวดใส่เขาดื้อๆ และ ดาวิด ลุยซ์ ไม่รอช้าทิ้งตัวลงไปนอนกลิ้งในทันทีแถมแอบส่งยิ้มไปให้กองเชียร์ข้างสนาม ประนึงว่าข้าทำสำเร็จแล้ว และมันก็ได้ผลจริงๆเมื่อ ราฟาเอล โดนไล่ออกจากสนาม ซึ่งนี่ก็คือ ฉายา ''โปรยิ้ม'' ที่เจ้าตัวได้มา

     สิ่งที่ทำให้ ดาวิด ลุยซ์ เปลี่ยนเป็นที่รักของแฟนคลับนั้นไม่ได้มาจากฟอร์มการเล่นในสนามที่ดูเหนียวแน่นและเข้มแข็งเพียงอย่างเดียว โดยเจ้าตัวชอบเล่นบอลไปด้วยแถมเอ็นเตอร์เทนแฟนบอลไปด้วย มักสร้างสีสรรค์ให้กับเหล่าบรรดากองเชียร์ได้เฮได้หัวเราะกันอย่างสม่ำเสมอ เลยทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมชื่อของ ดาวิด ลุยซ์ ถึงแปลงเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสโมสรเศรษฐียักษ์ใหญ่จากประเทศ ฝรั่งเศส อย่าง ปารีสฯ มาสนใจที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม โดย ''โปรยิ้ม'' ลงเล่นให้กับสโมสร เชลซี ไปทั้งหมด 81 นัด และยิงไปได้ 6 ประตู

สโมสร ปารีสฯ (ปัจจุบัน)
     13 มิถุนายน 2014 ดาวิด ลุยซ์ ตัดสินใจออกจากสโมสร เชลซี แล้วย้ายมาร่วมทีมกับ ปารีสฯ จนได้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์(ประมาน 2,400 ล้านบาท) ซึ่งทำให้ ลุยซ์ เปลี่ยนเป็นกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปโดยปริยาย โดยเขาก็ได้รับสัญญาทั้งหมด 5 ปี เกมนัดแรกของ ลุยซ์ กับ ปารีสฯ เกิดขึ้นเมื่อ 16 สิงหาคม โดยเกมนั้น ปารีสฯ แพ้ให้กับ บาสเตีย ไป 0-2 ทว่า 30 กันยายน ดาวิด ลุยซ์ สามารถทำประตูแรกในสีเสื้อของ ปารีสฯ ได้สำเร็จ ในเกมที่พบกับยอดทีมของโลกอย่าง บาร์เซโลน่า โดยในปี 2014 ต้องบอกว่า ดาวิด ลุยซ์ คงเป็นปลื้มไม่ใช่น้อย เพราะเขาเซอร์ไพรส์มีชื่อติดอยู่ในทีมยอดเยี่ยมของ บัลลงดอร์ อีกด้วย
 ทว่าถึงตอนนี้ ลุยซ์ กำลังโดนโจมตีอย่างหนักจากเกม ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก นัดแรก ที่ ปารีสฯ แพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ไป 1-3 ซึ่งเป็น ดาวิด ลุยซ์ ที่โดน หลุยส์ ซัวเรซ เล่นงานจนแปลงเป็นบ่อน้ำมัน ที่แย่ไปกว่านั้นคือการที่เขาโดนแตะลอดขาเข้าไปทำประตูถึง 2 ครั้ง 2 ครา ด้วยกัน จนโดนล้อไปต่างๆนา ทำให้น่าสนใจเหลือเกินว่าเกมนัดที่ 2 ที่เขาต้องลงเจอกับ หลุยซ์ ซัวเรซ อีกรอบ ดาวิด ลุยซ์ จะล้างแค้นและเอาคืน ซัวเรซ ได้ไหม
     ถึงตอนนี้ ดาวิด ลุยซ์ ลงเล่นให้กับ ปารีสฯ ไปแล้ว 23 นัด และยิงไปได้ 2 ประตู

ทีมชาติ บราซิล
     ดาวิด ลุยซ์ ติดทีมชาติ บราซิล ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี และได้ไปเล่นในศึก เวิลด์คัพ ยู-20 ในปี 2007 อีกด้วย โดยเกมแรกของเขากับทีมชาติ บราซิล ยู-20ปี ลุยซ์ ลงเล่นในนัดพบกับ อเมริกา ซึ่งก็เป็น บราซิล ที่เอาชนะไปได้ 2-0
     10 สิงหาคม 2010 มาโน่ เมเนเซส กุนซือในตอนนั้นได้เรียก ดาวิด ลุยซ์ เผ่านาติดทีมชาติ บราซิล ชุดใหญ่จนได้ โดยส่งเขาลุยในศึก โคปา อเมริกา ในปี 2011 ในทันที
   7 กันยายน 2012 ดาวิด ลุยซ์ ถูกแต่งตั้งให้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติ บราซิล เป็นนัดแรก ในเกมที่ทีมชาติ บราซิล สามารถเอาชนะ แอฟริกาใต้ ไปได้ 1-0
     2 มิถุนายน 2014 ในศึก เวิลด์คัพ ที่ประเทศ บราซิล คงเป็นอะไรที่ ลุยซ์ ไม่ต้องการจะจดจำสักเท่าไหร่หลังในเกมกับ เยอรมันนี ดาวิด ลุยซ์ ได้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมเพราะเหตุว่า ติเอโก้ ซิลวา ติดโทษแบน และเกมนั้นก็เป็นข้าง ''อินทรีเหล็ก'' ที่ไล่ถล่มทัพ ''แซมบ้า'' คาถิ่นของพวกเขาเองไปถึง 7-1 ซึ่งทำเอาเกมรับของทีมชาติ บราซิล ในเกมนั้นโดนจวกกันเละถึงผลงานอันหน้าผิดหวังนี้ ดาวิด ลุยซ์ รับใช้ชาติไปทั้งหมด 47 นัด และยิงไปได้ 3 ประตู

เกียรติประวัติ
– นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดู 209-2010 ของศึก โปรตุกีส ลีก
– นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน มีนาคม 2011 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
– ติดทีมยอดเยี่ยมของศึก เวิลด์คัพ 2014
– ติดทีมยอดเยี่ยมจากการลงคะแนนของ ฟีฟ่า 2014

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *