ประวัติ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

ราชาสละบัลลังก์! แฟนสาวของกัปตันทีมหมาป่าแห่งกรุงโรมแบไต๋ สามีของคุณ เตรียมประกาศเลิกเล่นหลังจบฤดูนี้

     ยารี บลาซี เมียคนสวยของ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ เผยเป็นนัยว่า ดาวยิงจอมเก๋าของ โรมา เตรียมแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูนี้  ufa1688 

     กองหน้าวัย 39 กะรัต อยู่ระหว่างเรียกความฟิตกลับมาลงสนาม หลังมีปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อ จนต้องพักรักษาตัวยาวมาตลอด 3 เดือน

"เวลามาถึงแล้ว ฟรานเชสโก้จะมีอายุ 40 ในปีหน้า เขาแฮปปี้กับมันมาโดยตลอด ฉันคิดว่าตอนนี้ เขาต้องการทำอย่างอื่นแล้ว แต่เขาจะยังคงทำงานเกี่ยวกับบอลแน่ๆ" บลาซี กล่าวกับ แม็กกาซีน Oggi

ดังนี้หอกทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลก 2006 ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ จัลโลรอสซี ตั้งแต่ปี 1992 และอยู่ค้าแข้งกับทีมมาจนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลา 24 ปีเข้าไปแล้ว

ชื่อ : ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ
 
เชื้อชาติ : อิตาลี
 
วันเกิด : 27 กันยายน 1976
 
อายุ : 37 ปี
 
สถานที่เกิด : กรุงโรม ประเทศอิตาลี
 
ส่วนสูง : 180 เซนติเมตร
 
ต้นสังกัด : โรม่า

ตำแหน่ง : กองหน้า, กองกลางตัวรุก

     ต๊อตติ เกิดตอนวันที่ 27 ก.ย. 1976 ที่กรุงโรม ในย่านปอร์ต้า เมโทรเนีย ซึ่งเขาเติบโตมาไม่ค่อยเหมือนเด็กคนอื่นที่ชอบอ่านการ์ตูนหรือวิ่งซนตามสนามเด็กเล่น แต่สำหรับสถานที่ของ "เจ้าชายหมาป่าคนใหม่" นี้ต้องอยู่ที่สนามบอลเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

     ต๊อตติ ชอบติดตามพ่อ เอ็นโซ่ และแม่ ฟิโอเรลล่า เข้าไปดูเกมในสนามบอลเสมอๆรวมทั้งเล่นในระดับเยาวชนด้วย และพรสวรรค์ของเขาก็ไปเตะตาแมวมองของหลายสโมสร แต่ฟิโอเรลล่า ก็ได้ทำเรื่องที่เหลือเชื่อด้วยการปฏิเสธข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่อย่างเอซี มิลาน เพื่อให้ที่จะรอข้อเสนอจากทีมโรม่า ซึ่งเป็นทีมโปรดของตัวต็อตติเอง ขณะที่คุณก็ไม่ต้องการที่จะให้ลูกรักจากไปอยู่ที่ไหนไกลๆด้วย สุดท้ายต๊อตติ ก็ได้เซ็นสัญญาเผ่านาเป็นนักเตะเยาวชนของโรม่าจนได้ในปี 1989 ด้วยวัย 13 ปี

     ยิ่งเติบใหญ่พรสวรรค์ของเจ้าหนูอัจฉริยะคนนี้ก็ยิ่งเปล่งประกาย ต๊อตติ ใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นในการไต่เต้าขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของโรม่า และได้รับโอกาสในการลงสนามเป็นเกมแรกในนัดที่โรม่า บุกไปเอาชนะเบรสชาได้ 2-0 ตอนวันที่ 28 มีนาคม 1993 ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มตำนานบทใหม่ของทีมโรม่า หลังจากนั้น เขาก็ได้แปลงเป็นส่วนหนึ่งของโรม่า และแปลงเป็นหัวใจสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว และกับได้รับฉายา "เจ้าชายหมาป่า" ซึ่งเป็นการสืบทอดตำแหน่งจากจูเซ็ปเป้ จานนินี่ เจ้าชายลูกหนังคนเก่าของชาวโรม่า

     จานนินี่ ได้ถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างให้กับต๊อตติ ในการเป็นผู้นำของทีม "จัลโล่รอสซี่" คนต่อไป และเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมตั้งแต่อายุเพียงแค่ 23 ปีแค่นั้น"เจ้าชายหมาป่า" ยิ่งเล่นก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ในตัวและเขาก็ก้าวถึงจุดสูงสุดเป็นนัดแรกในฤดู 2000-01 เมื่อนำโรม่า คว้าสคูเด็ตโต้ได้อย่างมากใหญ่ และเป็นนัดแรกในชีวิตของเขาและยังเป็นการนำสโมสรคืนสู่จุดสูงสุดอีกรอบหลังไม่ได้แชมป์มาตั้งแต่ฤดู 1982-83 ซึ่งเขาก็ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของอิตาลีอีกด้วย

     ขวัญใจของชาวโรมานิสต้า ยังทำผลงานได้ดีเยี่ยมในปีต่อมาแต่ก็ไม่สามารถต้านความอดทนของยูเวนตุสได้ โรม่าจึงจบฤดูด้วยการเป็นรองแชมป์ แต่ในอีก 2 ปีถัดไปต๊อตติ ก็เริ่มไปสู่ช่วงท็อปฟอร์มที่สุดของชีวิต โดยเฉพาะในปี 2003-04 ที่ถล่มประตูไปถึง 20 ประตู แต่ก็ยังทำได้เพียงแค่เป็นรองแชมป์ต่อจากเอซี มิลาน เพียงแค่นั้นหลังจากนั้นนาทีชีวิตของต๊อตติ ก็เริ่มตกต่ำเช่นเดียวกับโรม่าที่มีปัญหาภายในอย่างมาก โดยเฉพาะในฤดู 2004-05 ที่มีการเปลี่ยนแปลงโค้ชในทีมมากถึง 4 คน แม้กระนั้นเขาก็ยังยิงได้ถึง 12 ประตูและเป็นผู้ทำแอสซิสท์ให้เพื่อให้นอย่างมากอีกหลายครั้ง และในปีนี้เองที่เขาทำสถิติทาบรัศมีตำนานรุ่นบุกเบิกของสโมสรอย่างโรแบร์โต้ ปรุสโซ่ ที่ 107 ประตูได้

     ในฤดู 2005-06 โค้ชคนใหม่ของโรม่า อย่าง ลูเชียโน่ สปัลเล็ตติ ได้ปรับหน้าที่ของ ต๊อตติ มาเป็นจอมทัพตัวสร้างสรรค์เกมแทนที่จะเป็นศูนย์หน้าเหมือนอย่างเดิม และเขาก็ทำได้ดีเยี่ยมด้วยการยิง 15 ประตู ใน 24 นัด สามารถพาทีมชนะได้ 11 นัดติดต่อกันด้วย แต่แล้วเขาต้องโชคร้ายสุดขีด เมื่อได้รับบาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นกระดูกขาหักรวมทั้งเส้นเอ็นขาดอีกด้วย ทำให้เขาต้องพักรักษาตัวเเละต้องผ่าตัดหัวเข่าถึง 2 ครั้ง ต่อมาในฤดู 2006-07 ต็อตตี้ กลับมาเล่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจอีกทีรวมทั้งผลงานของโรม่าที่ติดกลุ่มบนของตารางอย่างสม่ำเสมอด้วย ส่วนหนึ่งมาจากชีวิตรักที่สวยงามกับอิลลาลี่ บลาชี่ เมียสาวสวยที่ให้กำเนิดลูกชาย "คริสเตียน" ที่เปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต "เจ้าชายหมาป่า" ชอบฉลองประตูด้วยการจูบแหวนและดูดนิ้วหัวแม่มือเพื่อให้สื่อถึงเมียและลูกอันเป็นที่รักเสมอ เขาจบฤดูในฐานะดาวซัลโวของเซเรีย อา ด้วยการกดไปถึง 26 ประตู และพาต้นสังกัดคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย โดยเอาชนะ อินเตอร์ ไปได้ 2-1

     ในฤดู 2007-08 ต๊อตติ ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างคงเส้นคงวากับทีม "หมาป่า" โดยเขาลงสนามไปทั้งสิ้น 35 นัด ยิงไป 18 ประตู แต่ในฤดู 2008-09 จนมาถึงตอนต้นของฤดู 2009-10 โรม่าก็ประสบปัญหาฟอร์มตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ สปัลเล็ตติ ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม และก็เป็น รานิเอรี่ ที่เผ่านาทำหน้าที่แทน จากการที่ไม่พ่ายแพ้ใคร 24 นัดติดต่อกันในเซเรีย อา ทำให้ โรม่า มีลุ้นแย่งแชมป์สคูเด็ตโต้กับ อินเตอร์ ในช่วง 3 นัดสุดท้ายของฤดู แต่ก็ทำไม่สำเร็จได้แค่ตำแหน่รองแชมป์ อย่างไรก็ตาม ต๊อตติ ก็พาลูกทีมเข้าชิงชนะเลิศในศึกโคปปา อิตาเลีย จนได้ และก็เป็น อินเตอร์ ที่เป็นคู่ชิง น่าเสียดายที่เขาต้องมาโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทำให้ โรม่า แพ้ไป 0-1
     ในฤดู 2010-11 โรม่า กลับมาฟอร์มตกอีกที คราวนี้ รานิเอรี่ ไม่ค่อยใช้งาน ต๊อตติ สักเท่าไหร่ ทำให้เขายิงได้แค่ 3 ลูกจากการลงสนาม 21 นัด แต่ รานิเอรี่ ก็ลาออกจากทีมไป และโรม่าก็ได้แต่งตั้ง วินเชนโซ่ มอลเตลล่า เพื่อให้นร่วมทีมเก่าของ ต๊อตติ เผ่านาคุมทีมแทน ซึ่ง มอลเตลล่า กลับไปใช้รูปแบบการเล่นเดียวกับ สปัลเลตติ ทำให้ ต๊อตติ กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งอีกที จบฤดู เขาทำประตูในเซเรีย อา ได้ทั้งหมด 15 ประตู และเป็นการยิง 12 ลูกในการลงสนาม 13 นัดปัจจุบันให้กับทีม "หมาป่า"

     ในฤดู 2011-12 ต๊อตติ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง แต่ผลงานของเขาก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เมื่อยิงได้แค่ 8 ประตู จากการลงสนาม 31 นัด ให้กับต้นสังกัด ต่อมาในฤดู 2012-13 ด้วยวัยที่ใกล้ 36 ปี "เจ้าชายหมาป่า" ก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้ตามมาตรฐานของตัวเขา โดยเขาลงสนามให้กับทีมไปทั้งหมด 34 นัด ทำได้ 12 ประตู และในฤดู 2013-14 นี้ ต๊อตติ รับใช้ต้นสังกัดไปแล้ว 7 นัด ยิงได้ 3 ประตู โดยปัจจุบัน เขาพึ่งจะกดไป 2 ลูกในนัดที่ โรม่า บุกไปทุบ อินเตอร์ ถึงถิ่นซาน ซิโร่ 3-0 ช่วยให้ทีมทำสถิติเก็บชัยชนะ 7 นัดรวด

     สำหรับในนามทีมชาติอิตาลี ต๊อตติ รับใช้ทีมชาติมาตั้งแต่รุ่นเยาวชน โดยเขาติดทีมชาตินัดแรกในรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และติดทีมชาติอิตาลีมาทุกชุด ไล่ตั้งแต่ รุ่นอายุไม่เกิน 16,18,21 และ 23 ปี จนมาถึงทีมชาติชุดใหญ่ เขาลงสนามให้ทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่เป็นนัดแรกในนัดศึกยูโร 2000 รอบคัดเลือก ที่พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ช่วงวันที่ 10 ตุลาคม 1998 หลังจากนั้น ต๊อตติ ก็เป็นกำลังสำคัญให้กับ "อัซซูรี่" มาโดยตลอดในทุกรายการ ปัจจุบัน ต๊อตติ เลิกรับใช้ทีมชาติไปแล้ว แต่สถิติที่เขาลงสนามช่วยทีมชาติอิตาลีนั้นอยู่ที่ 58 นัด ยิงได้ 9 ประตู

     ชื่อของ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ สำหรับบรรดาแฟนบอลทั้งหลาย คงไม่ต้องมีคำบรรยายอย่างมากถึงความสำเร็จและความชำนาญของเขาอีกแล้ว ถึงเขาจะโลดเล่นอยู่ในสนามหญ้าได้อีกไม่นาน เพราะอยู่ในบั้นปลายของชีวิตการค้าแข้งแล้ว แต่เชื่อได้เลยว่า แวดวงลูกหนังโลกต้องจารึกชื่อของเขาไว้นานตลอดไปแน่ๆ
ตอตตีลงเล่นในทีมเยาวชนของโรมา อยู่ 3 ปี จึงได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรในปี 1992 และได้ลงเล่นเป็นตัวหลักของทีมในปี 1994 ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมในปี 1997 ในวัยเพียง 20 ปี ซึ่งถือว่าเป็นกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม เขามีส่วนในการพาทีมคว้าแชมป์อิตาลี หรือ สคูเด็ตโต้ ในปี 2001 โดยลงเล่นไป 30 นัด และยิงได้ 13 ประตู จากความโดดเด่นในการเล่น และการเป็นชาวโรมันโดยกำเนิด ทำให้ ตอตตี ได้รับการยกย่องจากแฟนบอล โรมา ให้เป็นนักเตะสัญลักษณ์ของทีมมาจนถึงปัจจุบัน

ในฐานะกัปตันทีม ตอตตีคือนักเตะที่มีโอกาสสัมผัสถ้วยรางวัลกับทีมมากที่สุด นอกเหนือจากการได้แชมป์อิตาลี ยังมีแชมป์โคปปา อิตาเลีย และ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา อย่างละ 2 ครั้ง และในฐานะส่วนบุคคล ตอตตี ได้รับรางวัลนักเตะแห่งปีของอิตาลี 5 สมัย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล รวมทั้งรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ เซเรียอา 2 สมัย ก็เป็นสถิติสูงสุด (ร่วมกับ กาก้า และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช) เช่นกัน

หนึ่งในเวลาที่ดีที่สุดในแง่ส่วนบุคคลของตอตตี คือในฤดู 2006-07 โดยเขายิงไป 26 ประตูในเซเรียอา ทำให้เขาคว้ารางวัลดาวซัลโวของ อิตาลี และของยุโรป แม้ว่าตลอดระยะเวลาลงเล่นอาชีพ ตอตตี จะประสบกับอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง แต่เขาก็ยังเป็นเจ้าของสถิติลงเล่น และทำประตูมากที่สุดตลอดกาลของทีม ปัจจุบัน ตอตตี ลงเล่นให้ โรมา ในทุกรายการไป 605 นัด และยิงได้ 259 ประตู (นับเฉพาะในลีก ลงเล่น 469 นัด และยิงได้ 204 ประตู)

ช่วงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2009 ตอตตีออกมาเปิดเผยว่าเขาได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่ระยะยาว 5 ปีกับโรมา โดยสัญญาจะหมดในปี 2014 และมีเงื่อนไขให้เขารับตำแหน่งผู้อวยการของทีมต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี ภายหลังที่เขาตัดสินใจเลิกเล่นบอลอาชีพไปแล้ว หาก ตอตตี อยู่กับทีมจนครบคำสัญญาดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว เท่ากับว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่กับ โรมา นานถึง 30 ปีเลยทีเดียว ซึ่งทางสโมสรได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับสัญญาดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วอย่างเป็นการทางในวันที่ 16 ธันวาคม 2009

ตอนวันที่ 20 มีนาคม 2011 ตอตตีทำได้ 2 ประตู ในเกมที่เสมอกับฟิออเรนตีนา 2-2 ทำให้เขาแปลงเป็นนักเตะคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ถัดจากซิลวีโอ ปีโอลา, กุนนาร์ นอร์ดาห์ล, จูเซปเป เมอัซซา, โชเซ่ อัลตาฟีนี และ โรแบร์โต้ บัจโจ ที่สามารถทำประตูใน เซเรียอา ได้ครบ 200 ประตู หลังจากนั้น ตอตตี ก็ยังคงทำประตูอย่างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ กระทั่งถึงวันที่ 17 มีนาคม 2013 เขาสามารถยิงประตูได้ถึง 226 ประตูในลีก ทำสถิติเป็นนักเตะที่ยิงประตูได้สูงสุดของ เซเรียอา เป็นชั้น 2 ตลอดกาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *